หน้าแรก
 ภาคเหนือ
 ภาคกลาง
 ภาคตะวันออก
 ภาคตะวันตก
 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 ภาคใต้


 



 
ขับรถจากกรุงเทพฯ แวะรายทางมาเรื่อย มาถึงที่ทำการอุทยานเกือบจะมืดแล้ว พอดีมีบ้านพักว่าง ตั้งอยู่เชิงเขาหลังพิงหน้าผาสวยมาก เสียวด้วย เช้ามาขับรถออกไปที่จุดชมวิว นอนรอนั่งรอเห็นแต่หมอก กลับมาหลังอาหารเช้าก็ออกเดินป่า ระยะทาง 2 กิโลเมตร เป็นป่าดิบชื้นสมบูรณ์มาก เดินขึ้นเขาตามขั้นบันไดเหนื่อยมาก ทากไม่ต้องห่วง คณะเราไปเขายังไม่บูรณะเส้นทาง ทั้งไม้ล้มขวาง จำเป็นต้องมุดทั้งที่ทากชูหัวสลอน ภาพไม่ได้ถ่ายเลย โดนทากเล่นงานทุกคน

อุทยานแห่งชาติเขาสก
ตั้งอยู่ จ.สุราษฎร์ธานี อุทยานแห่งชาติเขาสกดินแดนศูนย์กลางของ “ขุนเขาแห่งป่าฝน” เป็นผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญของภาคใต้อันประกอบไปด้วยอุทยานแห่งชาติเขาสก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา อุทยานแห่งชาติศรีพังงา และอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง

เขื่อนรัชชประภา
หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สร้างปิดกั้นคลองพระแสง ตัวเขื่อนเป็นหินทิ้งแกนดินเหนียว สูง 95 เมตร ยาว 700 เมตร ระดับสันเขื่อนสูง 100 เมตร อ่างเก็บน้ำครอบคลุมพื้นที่ 165 ตารางกิโลเมตร ภายในอ่างเก็บน้ำมีเกาะมากกว่า 100 เกาะ สามารถล่องเรือชมทัศนยภาพที่สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบเขากาเลาะ บนสันเขื่อนรัชชประภายังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงามของอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะยามดวงอาทิตย์ตก

 
ตอนบ่ายนั่งเรือไปถ้ำน้ำทะลุกัน นั่งเรือไปทางแพโตนเตย จุดเิริ่มเดิน ระยะทาง 4 กม. ทางเดินจะเรียบคลองไปเรื่อยๆ ข้ามกลับไปกลับมา 10 กว่าเที่ยว เมื่อมาถึงฟ้าฝนเหมือนไม่เป็นใจ แต่ก็เดินเข้าไปไม่ลึกนัก ออกมาฝนตก เดินลุยออกมาเปียกและลื่นวัดพื้นหลายที
บันทึกจากความทรงจำ
ตื่นเช้าชงกาแฟมานั่งกินริมแพ บ้างก็พายเรือ เล่นน้ำหน้าแพ (น้ำหน้าแพลึก 40 กว่าเมตร) ชมหมอกไหลเอื่อยๆ พริ้วละยอดเขา บรรยากาศความรู้สึกบอกไม่ถูกเลย หน้าแพวิวสวยจริงๆ เขาหินปูนสลับยอดไล่ระดับเรียงโอบล้อมเรา หลังแพเราก็เขาสูงหายไปในหมอก นั่งเรือชมวิวทิวทัศน์ที่ทุกตารางของสายตาต้องบันทึกความประทับใจไว้ตลอด
 
ก่อนไปพักที่เขื่อน ได้โทรติดต่อเจ้าหน้าที่ขอเช่าแพนางไพร 1 คืน ล่วงหน้า ต้องโอนเงินไปให้ก่อนครับ แพนางไพรวิวสวยที่สุด ส่วนแพโตนเตยเป็นกระต๊อบยาวเป็นแถว ขับเริือผ่านตอนไปถ้ำทะลุมีแต่ฝรั่ง ส่วนอาหารการกินเหมาเป็นรายหัวครับ เช้าหัวละ 50 เย็นหัวละ 200 กว่า (เติมจนกว่าจะพอ) ถ้าจำผิดก็ขออภัยขี้เกียจค้นข้อมูลครับ ค่าเรือไป-กลับ 1500 บาท
สายมาหมอกเริ่มจางลง กลับมาที่แพ แยกย้ายกันเก็บสัมภาระ อาบน้ำ มารวมกันทานอาหารเช้าที่แม่ครัวเขาเตรียมไว้แล้ว จากนั้น...จากนั้น... ทอดสายตาดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามให้มากที่สุด ชงกาแฟมากินอีกแก้ว (ฟรี) ก่อนที่จะขึ้นเรือจากไป...
www.phayak.com
copyright 2002