หน้าแรก
 ภาคเหนือ
 ภาคกลาง
 ภาคตะวันออก
 ภาคตะวันตก
 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 ภาคใต้


 



 
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว
ทุ่งกะมัง เป็นที่ราบกว้างใหญ่ซึ่งประกอบด้วยทุ่งหญ้า ซึ่งเรียกว่า "หญ้าสะบัด" กว้างขวางเขียวขจี ล้อมรอบด้วยภูเขาในเนื้อที่กว่า 1 ล้านไร่ อยู่ในเขตอำเภอคอนสาร ภูเขียว และเกษตรสมบูรณ์ เป็นโครงการในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าและนำสัตว์ป่าคืนถิ่น เพราะในบริเวณนั้นมีสัตว์ประเภท เก้ง กวาง กระจง และนกต่างๆ ชุกชุม ได้มีการนำเอา ดินโป่งใส่ไว้เป็นจุดๆ ใกล้อ่างเก็บน้ำเพื่อให้สัตว์มากินดินโป่งนั้น สำหรับทุ่งหญ้าเขียวขจีนั้นก็เป็นอาหารของเก้งและกวางในฤดูร้อน บางครั้งมีไฟป่าพัดมาทำให้ต้นหญ้าถูกไฟป่าไหม้หมด แต่เมื่อถึงเวลาฝนตกลงมา ต้นหญ้าก็จะแตกต้นอ่อนขึ้นมาเขียวอีกครั้ง เพื่อเป็นอาหารของสัตว์ต่อไป บนยอดเนินเหนือบริเวณทุ่งกะมัง มีพระตำหนักที่ประทับอยู่เหนืออ่าง
ขับรถเลยปากทางเข้าเขตฯภูเขียวไปนิดก็ถึงเขื่อนจุฬาภรณ์ พักทานอาหารเที่ยงกันที่นี่ ด้านข้างเป็นพระตำหนักอาคารสีอิฐ น้ำที่เขื่อนน้อยมากปีนี้ ย้อนกลับมาปากทางเข้าเขตฯ จะมีที่ขายของและจุดชมวิว จะมีนกตะกุม(เรียกถูกหรือเปล่าไม่รู้) คอยต้อนรับประจำ ประวัตินกตัวนี้มีว่า แต่ก่อนมี 2 ตัว หลังจากมาที่นี่แล้วนักท่องเที่ยวให้อาหารมันประจำมันเลยนิสัยเสีย ไม่ยอมกลับหนองน้ำเดิมนอนอยู่แถวนั้นแหละ อีกตัวชวนกลับแล้วไม่กลับก็เลยหนีกลับไปเลย

ปากทางเข้ายื่นใบขออนุญาติเข้าเขตที่เราขอไว้แล้ว (ทางไปรษณีย์) เพื่อขอพักด้วย (ฟรี) งานนี้พัก 2 คืน อาหารเหมาทางเขตจัดให้ทุกมื้อ (ต้องจ่ายเงินด้วยนะ) ขับรถเข้าป่าอีก 20 กว่าโล ทางลาดยางตลอด ลงทะเบียนเสร็จก็เข้าที่พัก สะดวกสบายน่าพักผ่อนมาก ยกสำภาระเสร็จเตรียมอาหาร เด็กๆ ไปตีแบดด้านหน้า กลางคืนตกใจกวางมากวน รื้อของหาอาหารที่เราวางไว้ด้านนอก ในรถก็ไม่เว้น ต้องเตือนกันไว้ก่อน

พระตำหนัก พนักงานต้อนรับ ให้กินปลาตัวเดียวจุกเลย ตัวที่สองมันเมินแฮะ ดุซะด้ว่ย เรือนรับรอง (บ้านจาบคา) ก่อไฟ ติดตั้งหลอดไฟ เด็กไปตีแบด
ไก่ย่างหมักมาจากบ้านแล้ว นึ่งข้าวเหนียวซะด้วย มากับเจ้าของร้าน"ลาบไก่บ้าน" ก็สบายไปอีกแบบ อาหารการกินเพียบ เลยหัวค่ำอากาศเริ่มหนาว ที่บ้านเมื่อเช้ายังร้อนตับแตกอยู่เลย ยามเช้าที่ทุ่งกะมัง
บรรยากาศยามเช้า เสียงนกระงม เสียงชะนีเรีียกร้องหาผัว จิบกาแฟไปเรื่อย แหมไม่อยากบรรยายเลย
เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่นี่มองดูดอกไม้ต้องมองสูง ที่ภูหลวงต้องมองต่ำ ค่างแว่นถิ่นเหนือ เจอตัวเดียว
จุดชมวิวแห่งใหม่ทางยังโหดอยู่เลย ข้างล่างเคยมีคนโดนกระทิงขวิดถึงตาย
เอื้องผึ้งอยู่ใต้กระแตไต่ไม้ บนกิ่งไม้สูง
จำชื่อนกไม่ได้ เรียกว่าเจ้าประจำแล้วกัน
เือื้องสายไหม บนไม้ใหญ่
เก้ง กระจง ออกหากินที่ทุ่งกะมัง

ต้นกร่างยักษ์ พูพอนก็สูงกว่าคนยืนแล้ว เช้าวันที่ 2 ไปส่องนกกัน เห็นนกแปลกๆ เยอะมาก ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องดูนก ซักวันหนึ่งต้องกลับมาอีกแน่นอน ขอสัญญา

ขากลับแวะน้ำผุดทัพลาว น้ำผุดจากใต้ดินประมาณว่าท่อ กทม.แตก เหมือนธารน้ำไหลเลย ร่มรื่น น้ำใสมากคาดว่าเป็นน้ำหินปูนผสม ห้ามดื่ม ที่นี่มีร้านอาหารเป็นซุ้มๆ ตลอดตามธารน้ำ ก็เลยทานอาหารกลางวันที่นี่เลย

www.phayak.com
copyright 2002